Search

 ใส่เรื่องที่ต้องการค้นหาแล้วคลิ๊ก Go

 

  Menu

  อ่านหนังสือ

 

ฟื้นฟูยามเช้า

ค้นคว้าเพิ่มเติม

บทเพลงสรรเสริญ


 สถิติวันนี้ 9 คน
 สถิติเมื่อวาน 74 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1105 คน
25416 คน
507106 คน
เริ่มเมื่อ 2009-11-26




 

 


ค ว า ม ก้ า ว ห น้ า ฝ่ า ย วิ ญ ญ า ณ

30 มิถุนายน 2015 เวลา 6:50 น.

สิ่งที่พระเจ้าทรงเปิดเผย  ยิ่งนานวันยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น

ก่อนอื่นต้องขอบคุณพระเจ้าเรื่องเดิม เหมือนครั้งที่ผ่านมา

สำหรับ  เรื่องผู้รับใช้ของพระเจ้า ที่ได้แบ่งปันเรื่องนี้ออกมา

ได้ตรงกับความจริงของพระเจ้า อีกทั้งสิ่งนี้ยังมายืนยัน

ในสิ่งที่พระเจ้าได้บอกเราไว้จากถ้อยคำของพระองค์   

พูดคำเดิมอีกค่ะว่า ดีใจมากสำหรับพี่น้องที่ตั้งใจอ่านเรื่องนี้จนจบ 

หวังใจว่าทุกคนที่กระหายหาพระเจ้านั้น ต่างยินดีที่จะเทตัวเองให้ว่างเปล่า

เพื่อรับการเติมเต็มใหม่จากพระเจ้าทุกๆ วัน  . . . .  "

 

ความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณก็คือ . . 

การที่ส่วนประกอบของพระเจ้า ยิ่งนานวัน  ยิ่งเพิ่มในเรามากขึ้น    

พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ  และพระวิญญาณของพระเจ้าทรงอยู่ภายในเรา 

เราก็อยู่ในวิญญาณแล้ว . . . 

ส่วนอีกด้าน . .  ความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณก็คือการที่มีบางอย่าง
ถูกขจัดออกไปจากตัวของเรา หรือจากภายในของเรา 
เมื่อสิ่งที่ยึดฐานะของพระเจ้าที่อยู่ภายในเรา ได้หลุดออกไปแล้ว 
นั่นก็คือความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณ . . .


เราอย่าได้คิดว่า . . เมื่อเราประชุมครั้งหนึ่งและได้ฟังพระวจนะ

จนเข้าใจหมดแล้ว     เราก็จะมีความก้าวหน้า  ไม่ใช่เลย

ความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณสำหรับเราแล้ว ไม่ใช่การเพิ่มเข้ามา

แต่เป็นการถูกขจัดทิ้งไป     แม้ว่ามีความรู้มากมายถูกใส่ไว้ภายในเรา

ก็ไม่ใช่ความก้าวหน้า   ยิ่งกว่านั้นอาจเป็นอุปสรรคขัดขวางเราด้วยก็ได้ 
ความก้าวหน้าในความคิดของเราหมายถึงอะไร?   

การฟังคำเทศนาสักครั้งหรือสองครั้ง ก็นับว่าเป็นความก้าวหน้าแล้วหรือ

ไม่ใช่เลย แม้ว่าเราได้ฟังคำเทศนา   และพระวจนะของพระเจ้า

ได้เข้าสู่สมองของเรา  แต่นั่นก็ไม่ใช่ความก้าวหน้า . . .



การขจัดบางสิ่งออกไปจากตัวของเราต่างหาก   จึงจะเป็นความก้าวหน้า 
ถ้าสิ่งที่อยู่ภายในเราได้ถูกขจัดทิ้งไป     นั่นแหละก็คือความก้าวหน้า
ถ้าส่วนประกอบของพระเจ้า ได้เพิ่มขึ้นภายในเราแล้ว 

นั่นแหละก็คือความก้าวหน้า . . . 
เมื่อคริสเตียนมากมายได้รับความรอด เขาก็ได้ขจัดความสุขในความบาป

มากมายทิ้งไปเสีย  แต่ว่าการขจัดแค่ความบาปเท่านั้นยังไม่พอ  

การขจัดสิ่งที่ได้ยึดฐานะของพระเจ้าไปทีละอย่างๆ 

จึงจะเป็นความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณ . . .



เราไม่เพียงแต่ต้องมีความสะอาดเท่านั้น แต่เรายังต้องมีความบริสุทธิ์หมดจดด้วย 
เราไม่ควรถูกยึดครองไว้   ด้วยสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากพระเจ้า
เมื่อไหร่ที่การงานของพระเจ้า  ได้ทำให้เราขจัดสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากพระเจ้าทิ้งไป
นั่นก็คือความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณ   

เราลองหันกลับมาถามตัวเองดูว่า . . .  แท้จริงแล้ว 

เรามีสิ่งที่หลุดออกจากเราตลอดเวลาหรือไม่ ?
เราจำเป็นต้องจำไว้ว่า . . .ถ้าไม่มีอะไรหลุดออกไปจากตัวเรา 

เราก็ไม่มีความก้าวหน้าเลย


คริสเตียนที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้น เป็นคนที่ลดน้อยลงทุกวัน
วันนี้เขาเห็นว่าเกียรติที่ว่างเปล่า ไม่มีฐานะอยู่ภายในเขา เขาก็ได้ลดน้อยลง
ผ่านไป 2 วัน เขาได้เห็นความเย่อหยิ่งไม่มีฐานะอยู่ภายในเขา เขาก็ได้ลดน้อยลงอีก
ผ่านไปอีก 2 วัน เขาก็ได้เห็นว่าการพูดมากของเขา   ไม่มีฐานะอยู่ภายในเขา เขาก็ได้ลดน้อยลงอีก
ผ่านไปอีก 2 วัน เขาก็เห็นว่าอารมณ์รีบร้อนของเขา ไม่ควรมีฐานะอยู่ภายในเขา เขาก็ได้ลดน้อยลงอีก
ผ่านไปอีกสัปดาห์หนึ่ง เขาเห็นว่าการโอ้อวดไม่ควรมีฐานะอยู่ภายในเขา เขาก็ลดน้อยลงอีก
ผ่านไปอีกระยะหนึ่ง เขาเห็นว่าเมื่อทำสิ่งดีใดๆก็ตาม แล้วคอยจะเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้เห็น 

ไม่ควรมีฐานะอยู่ภายในเขา เขาก็ลดน้อยลงอีก . . . 

ผ่านไปอีกเดือนหนึ่ง เขาเห็นว่าการแสดงตนว่าเป็นผู้รู้ ชอบจะสอนคนอื่นนั้น 

ไม่ควรมีฐานะอยู่ภายในเขา เขาก็ลดน้อยลงอีก . . . 



บางคนถ้าจะให้เงินทองขจัดออกไปจากตัวเขานั้น เป็นสิ่งที่ยากแสนยาก
บางคนถ้าจะให้อารมณ์ที่แปลกประหลาดขจัดไปจากตัวเขานั้น เป็นสิ่งที่ยากแสนยาก 
เรื่องบางอย่าง    บางทีอาจจะหลุดออกไปวันละเล็กวันละน้อย 

ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 10 ปี  จึงจะหลุดออกไปจนหมด 

คำว่าหลุดออกไปที่เราพูดในที่นี้  พูดอีกนัยหนึ่งก็คือการตายนั่นเอง

การตายต่อเงินทอง ก็คือการที่เงินทองหลุดออกจากตัวเรา
การตายต่ออารมณ์ ก็คือการที่อารมณ์หลุดออกจากตัวเรา
ความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณ ... ถ้าพูดในด้านบอกก็คือ

การที่ส่วนประกอบของพระเจ้า เพิ่มขึ้นภายในเรา   

ถ้าพูดในด้านลบก็คือ   สิ่งมากมายได้ลดน้อยลงจากภายในเราทีละเล็กทีละน้อย 



สิ่งเหล่านี้หลุดออกไปจากตัวเราได้อย่างไร พูดง่ายๆ ก็คือ 

การที่ความรักของพระเจ้า ได้ทรงดำเนินการอยู่ ภายในของคนที่ได้รับพระคุณ 

เมื่อคนที่ได้รับพระคุณคนนี้    ถูกกระตุ้นจากความรักของพระเจ้า 

ใจของเขาก็หันไปสู่พระเจ้า เขาก็ได้เปิดโอกาสให้พระวิญญาณบริสุทธิ์

ดำเนินการและทำงานอยู่ภายในเขาทันที 

เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ได้รับการฉายส่อง และเขาก็มีการมองเห็น 
เมื่อมีการมองเห็นเช่นนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เพิ่มกำลังในการทำงาน

เขาก็นอบน้อมทันที  และมีบางสิ่งหลุดออกมาจากเขา 

  

วันหนึ่งความรักของพระเจ้าได้กระตุ้นเราอย่างอัศจรรย์ 
เราก็มีใจปรารถนาพูดกับพระเจ้าว่า . . . 

ข้าแต่พระเจ้า ลูกรักพระองค์  

เวลานี้เราก็ได้รับการฉายส่องจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ 
เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ฉายส่อง เราก็มีการมองเห็น 
เมื่อเรามองเห็น พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เพิ่มกำลังในการทำงาน
เราก็จะนอบน้อมทันที และพูดว่า ' อาเมน '
เมื่อมีการนอบน้อมเช่นนี้ก็มีบางสิ่งหลุดออกจากตัวของเรา
มีการหลุดออกไปมากเท่าไร   ความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณก็มีมากเท่านั้น 

  

สุดท้าย . . 
องค์พระเยซูเจ้าตรัสกับสาวกว่า . . .

"  ก็ เ ช่ น นั้ น แ ห ล ะ ทุ ก ค น ใ น พ ว ก ท่ า น 

ที่ ไ ม่ ไ ด้ ส ล ะ สิ่ ง ส า ร พั ด ที่ ต น มี อ ยู่  

จ ะ เ ป็ น ส า ว ก ข อ ง เ ร า ไ ม่ ไ ด้     .  .   . " 

มีการลดน้อยลงเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับใจของเราได้หันสู่พระเจ้าเท่าไหร่ 
เราหวังว่า. . .   จะมีสิ่งที่หลุดออกจากตัวเราทุกๆ  วัน 

และนี่ก็คือการตายทุกๆ  วันนั่นเอง  . . . 
เมื่อไหร่ไม่มีสิ่งที่หลุดออกจากตัวเรา เมื่อนั้นเราก็หยุดการก้าวหน้าเสียแล้ว 

 ข อ บ คุ ณ พ ร ะ เ ย ซู ที่ รั ก ค่ ะ 


 ที่มา https://www.facebook.com/notes/why-ch/%E0%B8%84-%E0%B8%A7-%E0%B8%B2-%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B9%89-%E0%B8%B2-%E0%B8%A7-%E0%B8%AB-%E0%B8%99%E0%B9%89-%E0%B8%B2-%E0%B8%9D%E0%B9%88-%E0%B8%B2-%E0%B8%A2-%E0%B8%A7%E0%B8%B4-%E0%B8%8D-%E0%B8%8D-%E0%B8%B2-%E0%B8%93-/1757234824503447?comment_id=1757241594502770¬if_t=like